"Not all storms come to disrupt your life, some come to clear your path." ท่ามกลางกระแสของความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของมนุษย์ หลายธุรกิจที่พยายามเฝ้าจับจ้องไปยังยอดคลื่นของความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอยู่ตลอด แต่กลับลืมไปว่าลูกคลื่นที่ซัดเข้ามาถึงก่อนคลื่นลูกใหญ่นั้น ก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าที่เคยประสบมาในอดีตเช่นกัน

ยานยนต์ หนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของไทยที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมากมาย สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างมากมาย ถึงวันนี้กำลังเผชิญความท้าทายที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่มีวันจะเหมือนเดิม ด้วยคลื่นอย่างน้อย 3 ลูกที่ซัดเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

New energy เมื่อราคาน้ำมันเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์จนทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2008 สร้างผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจ จนทั่วโลกต้องเร่งค้นคว้าหาพลังงานทดแทนต่างๆ กันอย่างคึกคัก รถยนต์ หนึ่งใน demand ของน้ำมันที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จึงต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน รถยนต์ไฮบริดและรถไฟฟ้าจึงเริ่มเข้ามาแทนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

Ride-sharing เมื่อผลการวิจัยชี้ว่า รถยนต์ที่เราซื้อหามาใช้งานนั้น เป็นสินทรัพย์ที่มีระยะเวลาที่เราใช้งานเฉลี่ยเพียง 4% หรืออีก 96% เป็นช่วงเวลาที่เราไม่ใช้งานหรือจอดอยู่เฉยๆ มนุษย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่ยุคของเศรษฐกิจแบ่งปันหรือ sharing economy ที่ยอมรับการแบ่งกันใช้งาน ที่นำมาสู่การเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพระดับโลกอย่าง UBER ที่ทดแทนการซื้อรถยนต์มาครอบครองเป็นของตนเอง ซึ่งตอบสนองต่อไลฟสไตล์ที่ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบายเป็นสำคัญ

Self-driving เมื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นไปอย่างก้าวกระโดด บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ได้ก้าวข้ามอุตสาหกรรมมาตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ แต่ขับเคลื่อนด้วยอุปกรณ์เซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ถึงแม้ว่าในปัจจุบันที่อยู่ในขั้นของการทดลอง มีการออกมาแล่นตามท้องถนนในสหรัฐฯ รวมทั้งมีอุบัติเหตุขึ้น แต่นั่นคงเป็นเพียงสิ่งที่จะนำมาพัฒนาปรับปรุง และไม่สามารถหยุดยั้งการพัฒนาต่อไปได้